ประวัติและสภาพทั่วไป

ที่ตั้ง
     องค์การบริหารส่วนตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ได้รับการจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การ
บริหารส่วนตำบลไพร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับลงวันที่ ๑๙ เดือน มกราคม พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของ 
นายอำเภอขุนหาญ โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นผู้แทนองค์กร มีภารกิจอำนาจหน้าที่ภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับ
และมติครม. และเอกสารของทางราชการที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดวิสัยทัศน์ คือ “มุ่งพัฒนาการศึกษา รักษาสิ่งแวดล้อม 
พร้อมพัฒนาชุมชน นำเยาวชนห่างไกลยาเสพติดเสริมสร้างคุณภาพชีวิต สู่สังคมอยู่ดีมีสุข ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” 
องค์การบริหารส่วนตำบลไพร ตั้งอยู่ติดถนนทางหลวงหมายเลข ๒๔ (โชคชัย – เดชอุดม) ห่างจากที่ว่าการอำเภอขุนหาญ ประมาณ ๘ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจังหวัดศรีสะเกษ ประมาณ ๖๕.๕ กิโลเมตรอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดศรีสะเกษ 
ใช้เวลาในการเดินทางเข้าจังหวัดประมาณ ๖๐ นาที มีพื้นที่ ๒๕,๗๙๓.๗๕ ไร่ 
หรือประมาณ ๕๐.๐ ตารางกิโลเมตร ๑.๒ อาณาเขตขององค์การบริหารส่วนตำบล มีดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ
ทิศใต้ ติดต่อตำบลโพธิ์วงศ์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันออก ติดต่อตำบลภูฝ้าย อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
ทิศตะวันตก ติดต่อเทศบาลตำบลกระหวัน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ 
สภาพภูมิประเทศ 
     สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับพื้นที่ดอนมีความชัน ๑.๕ %
และเป็นพื้นที่สูงทางทิศตะวันออก และทิศเหนือจะลาดต่ำลงมาทางทิศตะวันออก และทิศใต้จะเป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับการทำนา 
พื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงใช้ในการปลูกพืชไร่ ไม้ผล และยางพาราจำนวนหมู่บ้าน ตำบลไพร มีหมู่บ้าน จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน คือ
๑. บ้านไพร หมู่ที่ ๑
๒. บ้านกราม หมู่ที่ ๒
๓. บ้านพอก หมู่ที่ ๓ 
๔. บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ ๔
๕. บ้านชำเขียน หมู่ที่ ๕ 
๖. บ้านปุน หมู่ที่ ๖
๗. บ้านซำสะโหมง หมู่ที่ ๗ 
๘. บ้านสนามแจ้ง หมู่ที่ ๘
๙. บ้านกรามตะวันออก หมู่ที่ ๙ 
๑๐. บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ ๑๐
๑๑. บ้านโนนปัญญา หมู่ที่ ๑๑

การศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษาในเขตตำบลไพรมีทั้งสิ้น ๕ แห่งได้แก่
๑. โรงเรียนบ้านกราม 
๒. โรงเรียนบ้านปุน 
๓. โรงเรียนบ้านพอกบำรุงวิทยา 
๔. โรงเรียนบ้านชำเขียน 
๕. โรงเรียนบ้านหนองใหญ่ 
โรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตตำบลไพรมี ๑ แห่งได้แก่
๑. โรงเรียนไพรธรรมคุณวิทยา 
- ที่อ่านหนังสือพิมพ์ ๗ แห่ง
- ศูนย์การเรียนชุมชน ๑ แห่ง
- ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนมี ๑ แห่งได้แก่
๑. ศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์วัดบ้านไพร 

สถาบันและองค์กรทางศาสนา
- วัด/สำนักสงฆ์ ๗ แห่ง
- โบสถ์ - แห่ง
- มัสยิด - แห่ง
- ศาลเจ้า - แห่ง

การสาธารณสุข
- โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ๒ แห่ง
- อัตราการมีและใช้ส้วมราดน้ำ ๑๐๐ %

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
- สถานีตำรวจ ๑ แห่ง
อาชีพ
การเกษตรกรรม
- การเพาะปลูก พืชที่ปลูกได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ทุเรียน เงาะ ยางพารา เป็นต้น
- การปศุสัตว์ จะเลี้ยงไว้ใช้งาน เพื่อบริโภคและจำหน่าย สัตว์ที่เลี้ยง ได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ เป็นต้น
- ประมง จะเลี้ยงปลาตามบ่อธรรมชาติและบ่อดินที่ขุดขึ้นเอง ปลาที่นิยมเลี้ยง ได้แก่ ปลาดุก ปลานิล ปลาช่อน ปลาหมอ ปลาใน เป็นต้น
หน่วยธุรกิจในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล
- ธนาคาร - แห่ง
- โรงแรม - แห่ง
- ปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก ๑ แห่ง
- โรงงานอุตสาหกรรม ๑ แห่ง
- โรงสีข้าว(ขนาดเล็ก) ๑๖ แห่ง
จำนวนหมู่บ้าน ตำบลไพร มีหมู่บ้าน จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน คือ
๑.บ้านไพร หมู่ที่ ๑
๒.บ้านกราม หมู่ที่ ๒
๓.บ้านพอก หมู่ที่ ๓ 
๔.บ้านหนองใหญ่ หมู่ที่ ๔
๕.บ้านชำเขียน หมู่ที่ ๕ 
๖.บ้านปุน หมู่ที่ ๖
๗.บ้านซำสะโหมง หมู่ที่ ๗ 
๘.บ้านสนามแจ้ง หมู่ที่ ๘
๙.บ้านกรามตะวันออก หมู่ที่ ๙ 
๑๐.บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ ๑๐
๑๑. บ้านโนนปัญญา หมู่ที่ ๑๑
ประชากรในเขตตำบลไพร ( ข้อมูลประชากร ณ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ )



ประวัติและสภาพทั่วไป

     ตำบลไพร ในปัจจุบัน เดิมมีชื่อตำบลกรามอยู่ในเขตปกครองขึ้นต่อเมืองขุขันธ์ในอดีต มีกำนันหรือผู้นำคนแรกชื่อนายแก จันทร์เหลือง เป็นชาวบ้านกรามต่อมาเมื่อ นายแพรว สัมพันธ์ (กำนันลุน) ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกำนันจึงขอเปลี่ยนชื่อตำบลใหม่เป็น“ตำบลไพร” จนถึงปัจจุบันนี้ต่อมา เมื่อนายแพรว สัมพันธ์ เกษียณอายุราชการลง นายเข็ม ใจอ่อน ได้รับเลือกเป็นกำนันต่อมา เมื่อนายเข็ม ใจอ่อน เกษียณอายุราชการลง นายเหลี่ยม ผิวหอม ชาวบ้านกราม ได้รับเลือกเป็นกำนันตำบลไพร ในช่วงนี้นั่นเอง ทางการปกครองได้อนุมัติให้ตำบลไพร แยกการปกครองออกเป็น “ตำบลโพธิ์วงศ์” อีกหนึ่งตำบล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ (เดิมตำบลโพธิ์วงศ์และตำบลภูฝ้ายอยู่ในเขตการปกครองของตำบลไพร) หลังจากนั้นตำบลไพร มีจำนวนหมู่บ้านในเขตการปกครองเพียง ๖ หมู่บ้าน คือ

๑. บ้านไพร หมู่ ๑
๒. บ้านกราม หมู่ ๒
๓. บ้านพอก หมู่ ๓
๔. บ้านหนองใหญ่ หมู่ ๔
๕. บ้านชำเขียน หมู่ ๕
๖. บ้านปุน หมู่ ๖

     ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้แยกปกครองบ้านชำเชียน หมู่ ๕ ออกอีกหนึ่งหมู่บ้าน เป็น “บ้านซำสะโหมง” หมู่ ๗ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้มีประกาศจัดตั้งสภาตำบลขึ้น ตำบลไพรจึงได้มีการปกครองในรูปแบบสภาตำบลไพรขึ้น มี นายเสมอ โสภา กำนันตำบลไพร ดำรงตำแหน่งประธานสภาโดยตำแหน่ง มีผู้ใหญ่บ้านดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาโดยตำแหน่ง
และให้มีสมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้ง มีชื่อเรียกว่า “สมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิสภาตำบล” หมู่บ้านละ ๑ คน เมื่ออยู่ในช่วงการปกครองในรูปแบบสภาตำบลไพร ได้ขอแยกการปกครองเพิ่มอีก ๑ หมู่บ้าน ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ คือ
๑. แยกบ้านกราม หมู่ ๒ เป็นบ้านสนามแจ้ง หมู่ ๘
     ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ทางราชการได้อนุมัติให้แยกการปกครองหมู่บ้านอีก ๒ หมู่บ้าน คือ

๑. แยกบ้านกราม หมู่ ๒ เป็นบ้านกรามตะวันออก หมู่ ๙
๒. แยกบ้านไพร หมู่ ๑ เป็นบ้านโนนสะอาด หมู่ ๑๐

     ในขณะนั้น ตำบลไพร มีหมู่บ้านในเขตปกครอง จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้มีพระราชบัญญัติสภาตำบลไพรเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลไพร มีนายอินทร์ โสภา กำนันตำบลไพร ขณะนั้น ดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร” โดยตำแหน่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๒ ปี (ครึ่งเทอม)ตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายที่ได้บัญญัติไว้ ต่อมามีนายประวิทย์ ใจอ่อน ผู้ใหญ่บ้านกรามตะวันออก หมู่ ๙ เลือกตั้งจากสมาชิกที่เป็นกรรมการฝ่ายบริหารให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารถัดมาจนหมดวาระของสมาชิก อบต.ในรุ่นแรก
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ องค์การบริหารส่วนตำบลไพร มีนายภิญโย สัมพันธ์ และนายเสมอ โสภา ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (นายก อบต. ตามกฎหมายบทเฉพาะกาล) คนละ ครึ่งเทอม (คนละ ๒ ปี นายบุญแก้วกำไร ดำรงตำแหน่ง ประธานสภา)ในปีพ.ศ.๒๕๔๗ ทางกระทรวงมหาดไทย ได้จัดให้มีการเลือกตั้ง โดยให้ผู้บริหารหรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
มาจากการเลือกตั้งตรงจากประชาชนทั้งตำบล มี

     ๑. นายเฉลิมชัย ดวงแก้ว ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพร
(เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขณะดำรงตำแหน่งในเดือนธันวาคม ๒๕๔๙)
     ๒. นายชาญชัย จันดี ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพร
(ได้รับการเลือกตั้งสมัยแรกเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน เป็นสมัยที่ ๒)
และมี นายจำนงค์ สามารถ ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไพร
(ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล)

ประวัติบ้านไพร หมู่ 1
     ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ มีคณะอพยพมาจากอำเภอกันทรลักษ์ มีจำนวน 6 ครัวเรือน คือ นายเเก จันทร์เหลือง , นายเสน เมียงหมาย และนายเอ็น เมียงหมาย ไปตั้งหมู่บ้านที่โคกนาสะเดาแล้วได้อพยพโยกย้ายมาตั้งอยู่ที่บ้านไพร เพราะมีห้วยและหนองน้ำอยู่ใกล้ๆ แล้วต่อมามีคนอพยพมาจากถิ่นฐานอื่นมาอยู่รวมกัน จำนวนหลายครัวเรือน พื้นที่ของหมู่บ้านมีต้นไพรเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกหมู่บ้านว่า “บ้านไพร” และได้จัดตั้งเป็นผู้นำชุมชนเป็นคนแรกคือ นายแก จันทร์เหลือง เป็นกำนันดูแลสมาชิกทุกครัวเรือนในขณะนั้น ได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้านวางแผนจะก่อตั้งวัดเพื่อเป็นสถานที่เคารพบูชาในชุมชน และได้มีหลวงปู่เก่งได้มาก่อตั้งเป็นวัด เมื่อปี พ.ศ. 2458

ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำชุมชน มีดังนี้
     1. นายแก จันทร์เหลือง กำนัน
     2. นายเสน เมียงหมาย ผู้ใหญ่บ้าน
     3. นายเอ็น เมียงหมาย ผู้ใหญ่บ้าน
     4. ขุนแพร้ว สัมพันธ์ (ขุนแพร้ว บ้านไพร) กำนัน
     5. นายสมเกียรติ สัมพันธ์ กำนัน สมัยที่ 1
     6. นายเฮือง จันทร์ขาว ผู้ใหญ่บ้าน
     7. นายสมเกียรติ สัมพันธ์ กำนัน สมัยที่ 2
     8. นายมาก สิงห์โท ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่1
     9. นายสมิตร ดวงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่ 1
    10.นายสว่าง ตุ้มวงศา ผู้ใหญ่บ้าน
    11. นายมาก สิงห์โท ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่ 2
    12. นายสมิตร ดวงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่ 2
    13. นายสมิตร ดวงศิลป์ ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่ 3
   14. นายสัมฤทธิ์ จันเหลือง ผู้ใหญ่บ้าน
   15. นายภิญโย สัมพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 
     1. นางสุทิน วิเศษ
    2. นายดุสิต ติงสะ

สมาชิกสภาองค์การบริหสารส่วนตำบล
    1. นายบิน ดาวขาว
    2. นายสัมฤทธิ์ จันเหลือง 

 

ศูนย์การเรียนชุมชนตำบลไพรเป็นศูนย์การเรียนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในเขตตำบลไพรได้รับการศึกษาตั้งแต่ประถมต้นจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งทำให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน

วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น
งานเข้าพรรษา วันลอยกระทง
งานออกพรรษา วันสงกรานต์
วันสารทไทย เซ่นปู่ตาประจำปี

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ทอผ้าไหม
เลี้ยงไหม
เป่าแคน
จักสานกระด้ง, สานกระบุง
จักสานสุ่มไก่
บุคคลสำคัญของหมู่บ้านไพร
s หลวงปู่เก่ง
s อดีตกำนันขุนแพร้ว สัมพันธ์(ขุนแพร้ว บ้านไพร)

 ประวัติบ้านกราม หมู่ 2
     ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2365 นายอรุณ และนางสว่าง สองสามีภรรยา เป็นหัวหน้าคณะอพยพพร้อมนายพรานจำนวนหนึ่งได้เดินทางอพยพมาจากเมืองขุขันธ์ สาเหตุที่อพยพมาจากเมืองขุขันธ์ สาเหตุที่อพยพเนื่องจาก ที่เมืองขุขันธ์ มีโรคห่าระบาด ห้วยเหนือเปลี่ยนทิศทางน้ำไหลและตื้นเขินขาดน้ำใช้สอยและบริโภค เมื่อมาถึงที่ตั้งบ้านกรามปัจจุบัน ได้สำรวจพื้นที่บริเวณทั่วๆไป โดยตั้งที่พักแรมอยู่ที่ริมหนองปรีง (ปรีง แปลว่า ต้นหว้า) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของโรงเรียนไพรธรรมคุณวิทยาในปัจจุบัน มีต้นหว้าใหญ่เป็นที่อยู่ของฝูงนกจำนวนมาก คณะอพยพพักอยู่ 15 วัน มีผู้ฝันเห็นนิมิตเทวดาบอกที่ตั้งบ้านว่าอยู่ทางทิศตะวันออกของหนองน้ำนี้

ผู้ดำรงตำแหน่งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านกราม ตั้งแต่อดีต – ปัจจุบัน
     1. นายปาง โสมะพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน         6. นายเหลี่ยม ผิวหอม ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน
     2. นายสา บุตรอุดม ผู้ใหญ่บ้าน             7. นายวัด ศรีชัย ผู้ใหญ่บ้าน
     3. นายมี บุตรอุดม ผู้ใหญ่บ้าน               8. นายเสมอ โสภา ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน
     4. นายดี สุระภีย์ ผู้ใหญ่บ้าน                  9. นายอินทร์ โสภา ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน
    5. นายเข็ม ใจอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน      10. นายณัฐวุฒิ โพธิวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน
    11. นายเชย สุกใส ผู้ใหญ่บ้าน
     12. นายธรรมรงค์ คำโท กำนัน คนปัจจุบัน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 
     1. นายทาน ศรสันต์ 2. นายประยงค์ โสภา

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล 
    1. นายประสิทธิ์ เป็นเสนาะ 2. นายฉัตรนนท์ เกียรติสุรีย์กุล
สภาพทางภูมิศาสตร์
      ทำเลที่ตั้งเหมาะสมมาก ทางด้านทิศตะวันออกเป็นเนินดินแดง ทางทิศตะวันตกมีลำห้วยและหนองน้ำ นายอรุณได้ตั้งชื่อหนองน้ำตามชื่อผู้ที่อพยพมาด้วย เช่น หนองโดนก็วง , หนองจำกอย ,หนองสาหร่าย , หนองตาเอ็ม , หนองตาอ๊อบ หนองน้ำที่ตั้งตามลักษณะ เช่น หนองกุดกรอน (กรอน แปลว่า ดอก) ชาวบ้านนำสัตว์เลี้ยง วัว ควาย มาหลบซ่อนจากโจรผู้ร้ายในฤดูแล้ง หนองตึกเทลีย (เทลีย แปลว่า น้ำใส) หนองน้ำสะอาดใสเย็นเห็นตัวปลา หนองกราม เป็นหนองกรามน้ำกว้างใหญ่ ซึ่งอยู่ ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน มีเนื้อที่จำนวน 1,300 ไร่ เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาหลายชนิดที่มีดินโป่ง (ดินโป่ง แปลว่า เค็ม) ช้าง วัว ควาย มากิน นายพรานที่ล่าสัตว์มาขุดเอากราม (กราม แปลว่า ดินประสิว) เป็นแหล่งที่มีดิน ประสิวมาก นายพรานต้องมาหาหรือมาแลกกันที่นี่

การตั้งชื่อบ้านและวัด
      “บ้านกราม” เอาชื่อหนองน้ำเป็นชื่อบ้านตั้งแต่นั้นมาได้ตั้งเป็นตำบลกราม ต่อมาขุนแพรว บ้านไพรได้เปลี่ยนเป็นตำบลไพร รวมอายุบ้านกรามถึงปัจจุบัน 185 ปี
เมื่อ พ.ศ. 2381 บ้านกรามเจริญมากขึ้น มีการวางผังบ้านเมือง ตัดถนน สร้างถนน พระอาจารย์เสน ได้ตั้งวัดขึ้น ชื่อว่า “วัดอรุณสว่าง” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้ที่ตั้งหมู่บ้าน ต่อมาพระอาจารย์เสน ได้รับสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณพระมงคลโสภิต (เล็ก เสน) เจ้าคณะจังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา

บุคคลผู้อุปถัมภ์วัด
นายทอง โสภา
นายสง บุตรอุดม
นายเทียม ดวงแก้ว

 ได้จัดสร้างอนุสาวรีย์รูปเหมือนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูวิภัชธรรมคุณ แล้วจารึกข้อบัญญัติหมูบ้านไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ที่ผ่านไปมาได้เคารพกราบไหว้บุคคลสำคัญของหมู่บ้านกราม นายชาญชัย จันดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพร
2. นายเสมอ โสภา ผู้นำชุมชนบ้านกราม (เสียชีวิต)
Ÿ ได้รับรางวัล ประกวดหมู่บ้าน อพป. ชนะเลิศ ระดับอำเภอ ปี พ.ศ. 2535
Ÿ ได้รับรางวัล ประกวดหมู่บ้าน อพป. ชนะเลิศ ระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2536
Ÿ ได้รับรางวัล ประกวดหมู่บ้าน อพป. ลำดับที่ 6 ของภาค ปี พ.ศ. 2536
Ÿ ได้รับรางวัล ประกวดหมู่บ้าน เขียวขจี ชนะเลิศระดับประเทศ ปี พ.ศ. 2536
Ÿ ได้รับรางวัลชนะเลิศที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน จังหวัด และระดับภาค ลำดับที่ 6 ปี พ.ศ. 2531
     โรงเรียนบ้านกราม ตั้งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2464 เริ่มแรกใช้ชื่อว่า โรงเรียนตำบลไพร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งโดยขุนชิตสารการ นายอำเภอกันทรลักษ์ ดำเนินงานโรงเรียนด้วยเงินกองการศึกษาพลี สอน ป.1 – ป.4 และมีขุนแพร้ว สัมพันธ์ เป็นผู้อุปการะต่อมาได้ย้ายจากวัดบ้านไพร หมู่ 1 มาตั้งที่วัดบ้านกราม เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2483 และได้ย้ายมาตั้งที่ชาวบ้านบริจาคซึ่งคือที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2501 มีพื้นที่ 16 ไร่ 2 งาน

มีผู้บริหารโรงเรียน จากอดีตถึงปัจจุบันตามลำดับ ดังนี้
     1. นายเที่ยง ขุนศรี พ.ศ. 2464 – 2468
     2. นายแทน โสภา พ.ศ. 2468 – 2472
     3. นายแสง ถนอมศิลป์ พ.ศ. 2472 – 2475
     4. นายสง บุตรอุดม พ.ศ. 2475 – 2514
     5. นายเฉลิมชัย ดวงแก้ว พ.ศ. 2514 – 2542
(เคยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพร พ.ศ. 2547-2549)
     6. นายธวัชชัย บุญน้อย ตุลาคม 2542 – กุมภาพันธ์ 2543 (รักษาการ)
     7. นายสุทิน อินพานิช กุมภาพันธ์ 2543 – 17 พฤศจิกายน 2548
     8. นายสด ไพรบึง 17 พฤศจิกายน 2548 – กันยายน 2555
     9. นายบัญญัติ ประสงค์ทรัพย์ 30 กันยายน 2555 – ปัจจุบัน

     โรงเรียนไพรธรรมคุณวิทยา เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดกลาง สังกัดงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2522 โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า “ไพรพัฒนาพิทยาคม” ต่อมาจึงขอเปลี่ยนเป็น “ไพรธรรมคุณวิทยา” ในปีการศึกษาเดียวกันโรงเรียนไพรธรรมคุณวิทยาก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในเขตตำบลไพรและตำบลใกล้เคียง โดยการนำของพระครูวิภัชธรรมคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดอรุณสว่าง (บ้านกราม) และขออนุญาตใช้ที่ดินสาธารณะประโยชน์ พื้นที่ 15 ไร่ 3 งาน 55 ตารางวา และที่ดินเอกชนอีก 13 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา รวมเป็น 32 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา เปิดเรียนครั้งแรกมีนักเรียนชั้น ม. 1 จำนวน 2 ห้องเรียน นักเรียน 80 คน ครู 4 คน นักการภารโรง 1 คน ใช้อาคารชั่วคราวที่จัดสร้างโดยราษฎรตำบลไพรและตำบลใกล้เคียงร่วมกันบริจาคทรัพย์สินและแรงงานจำนวน 4 ห้องเรียน มีนาย สุรศักดิ์ ดวงแก้ว เป็นครูใหญ่ นับจากนั้นมาโรงเรียนได้เจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน ทั้งด้านจัดการเรียนการสอน และอาคารสถานที่ ในปีงบประมาณ 2528 โรงเรียนได้เข้าโครงการเพื่อพัฒนาชนบทรุ่นที่ 3 (มพช. 2 รุ่น 3) และเข้าโครงการโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในปีงบประมาณ 2532

โรงเรียนไพรธรรมคุณวิทยามีผู้บริหาร อดีต - ปัจจุบัน ดังนี้
     1. นายสุรศักดิ์ ดวงแก้ว ตำแหน่งครูใหญ่ – อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2522 – 2528
     2. นายสนั่น ไสว ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2528 – 2532
     3. นายสถิตย์ กิ่งจันทร์ ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2532 – 2536
     4. นายสนอง อินธาระ ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ – ผู้อำนวยการ พ.ศ. 2536 – 2542
     5. นายปริญญา ผาคำ ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2542 – 2546
    6. นายบัวสอน พิมพิพัฒน์ ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2546 –2552
    7. นายสนั่น ไสว ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2552 –2552
    8. นายยศวัฒน์ พิมพ์รัตนโชติ ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2552 –2553
    9. นายทุมเมฆ คำแสง ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2553 –2555
   10. นายวัชรินทร์ คำวงษ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการ พ.ศ. 2555 – ปัจจุบัน
ประวัติบ้านพอก หมู่ 3
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
     บ้านพอกเดิมอยู่ที่บ้านศิลาทอง หมู่ 2 ตำบลพิงพวย อำเภอกันทรลักษ์ สมัยข้าวยากหมากแพง ไม่มีน้ำใช้อุปโภค บริโภค จึงได้อพยพออกมาจากบ้านศิลาทอง มาอยู่ที่บ้านพอก ในปี พ.ศ. 2475 โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่เป็นผู้นำได้ชักชวนคณะที่มาด้วยกันซึ่งมีดังนี้ นายเตียม ติงสะ , นายเรียน ติงสะ , นายภา ติงสะ นาย ตะลวก มะโนชาติ , นายเสน มะโนชาติ , นายสังค์ มะโนชาติ , นายชิด ติงสะ และนายนวล ติงสะ อพยพมาด้วยกันพบแหล่งน้ำคือ หนองกราม เป็นที่ตั้งที่เหมาะสมจึงได้ตั้งเป็นที่อยู่อาศัยโดยอาศัยบ่อน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค อยู่ใต้ต้นพอกใหญ่ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านพอก” ภาษาลาวเรียกว่าบ้านสร้างพอก
ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านพอก มีดังนี้
     1. นายเรียน ติงสะ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 – 2502
     2. นายสุวรรณ ติงสะ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 – 2526
    3. นายสุกิจ มะโนชาติ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 – 2538
   4. นายประทีป ติงสะ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 – 2543 สมัยที่ 1
   5. นายประทีป ติงสะ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 – 2549 สมัยที่ 2
   6. นายจอมขวัญ มะโนชาติ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 – 2554
   7. นายบุญชอบ ติงสะ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 – ปัจจุบัน
ประวัติบ้านพอก
     ชาวบ้านพอกได้ตั้งวัดในปี พ.ศ. 2492 ชาวบ้านได้พร้อมใจกันไปนิมนต์พระมาจากวัดบ้าน พิงพวย ตำบล พิงพวย อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการปกครองของอำเภอศรีรัตนะ มาจำพรรษาที่วัด คือนิมนต์พระเสียง สุทะปันโน ซึ่งจำพรรษาได้ 8 พรรษา ในปี พ.ศ. 2500 วัดบ้านพอกก็เลยว่างไปประมาณ 21 ปี และได้เริ่มตั้งวัด ใหม่ในปี พ.ศ. 2521 อีกครั้ง ซึ่งวัดบ้านพอกมีเจ้าอาวานจำพรรษาที่วัดบ้านพอก ดังนี้

หลวงพ่อรอด 
พระมหาแสวง
พระมหามิลินทร์
หลวงพ่อจันทร์
พระมหาสงวนศักดิ์
พระวินัย วิปัสโม จำพรรษาที่วัดบ้านพอกปัจจุบัน
ประวัติโรงเรียนบ้านพอก
     โรงเรียนบ้านพอกบำรุงวิทยา จังตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2481 โดยนายสิน พึ่งอาคร นายอำเภอกันทรลักษ์ เป็นผู้จัดตั้ง โดยมีนายบุญถึง มุ่งมาตร ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ สร้างเพื่อให้บ้าน ชำเขียนและบ้านพอกได้มาเรียนร่วมกันพ.ศ. 2489 นายชู ครองยุติ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ในขณะนั้น มีอาคารเรียนเก่าชำรุดมาก ชาวบ้านได้ใช้แรงงานและจัดหาวัสดุไม้ สร้างอาคารใหม่ซึ่งมีนายสมเกียรติ สัมพันธ์ กำนันตำบลไพรเป็นประธาน นายเรียน ติงสะ ผู้ใหญ่บ้านพอก และนายพรม วงษ์ชาติ ผู้ใหญ่บ้านชำเขียน พร้อมกับชาวบ้าน จัดสร้างโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด
     

สถานที่ท่องเที่ยว
     แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติคือ หนองกราม ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจชาวตำบลไพร   หนองกราม

บุคคลสำคัญของหมู่บ้านพอก
นายประทีป ติงสะ ผู้ใหญ่บ้านพอก ได้ประกวดหมู่บ้าน อพป. ระดับอำเภอ – จังหวัด และระดับภูมิภาค รับรางวัลดีเด่น โล่เกียรติคุณพร้อมเงินรางวัล จากแม่ทัพภาคที่ 2 บ้านหนองบัวเงิน – หนองบัวงาม ตำบลหนองสะแบง อำเภอศรีวิไลย์ จังหวัดหนองคาย

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
นายสวรรณ ติงสะ เป็นผู้นำเครื่องดนตรีพื้นบ้าน เช่น ขลุ่ย ปี่ เข้ามาเล่นในพิธีรำแม่มด

 

ประวัติบ้านหนองใหญ่ หมู่ 4
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
     บ้านหนองใหญ่ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2430 โดยมีนายศร สำแดง เป็นผู้ก่อตั้ง ในขณะนั้น เป็นนายสิบได้ย้ายถิ่นมาจากบ้านปุนสะเยาว์และบ้านกล้วย มาตั้งถิ่นอาศัยอยู่ประมาณ 15 หลังคาเรือน และมีประชากรอยู่ประมาณ 40 คน มีหนองน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน เป็นที่อุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่าจำนวนมาก เช่น ช้างป่า เสือโคร่ง เป็นต้น มากินน้ำและมาเล่นที่หนองน้ำนี้ ชาวบ้านก็ได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านหนองใหญ่” จนถึงปัจจุบัน

อาณาเขต 
     ทิศเหนือ ติดต่อกับบ้านซำสะโหมง หมู่ 7 ต. ไพร อ.ขุนหาญ
     ทิศใต้ ติดต่อกับบ้านโนนปัญญา หมู่ 11ต. ไพร อ.ขุนหาญ
     ทิศตะวันออก ติดต่อกับบ้านภูทอง หมู่ 5 ต. ไพร อ.ขุนหาญ
     ทิศตะวันตก ติดต่อกับบ้านสนามแจ้ง หมู่ 8 ต. ไพร อ.ขุนหาญ
โรงเรียนบ้านหนองใหญ่
     ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหนองใหญ่ อดีต - ปัจจุบัน ดังนี้
     1. นายศร สำแดง ผู้ใหญ่บ้าน
     2. นายโส พันธ์ชนะ ผู้ใหญ่บ้าน
     3. นายทิน สีด้วง ผู้ใหญ่บ้าน
     4. นายพรหม นีลานนท์ ผู้ใหญ่บ้าน
     5. นายอุ่น สารพี ผู้ใหญ่บ้าน
    6. นายเทศ จันทร์แจ้ง ผู้ใหญ่บ้าน
    7. นายสา สีด้วง ผู้ใหญ่บ้าน
    8. นายปริน สามารถ ผู้ใหญ่บ้าน
    9. นายเรณ รินทร ผู้ใหญ่บ้าน
    10. นายสมัย สมอินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน
    11. นายบุญเลิศ แถบหอม ผู้ใหญ่บ้าน
    12. นายสุริยวงษ์ สีด้วง ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 
     1. นายทอย แหวนวงษ์
     2. นายวิทย์ พงษ์วัน

ผู้ช่วย ผรส.
     1. นายสอิด กองสี
    2. นายปราณี จันทร์เพ็ง

สมาชิกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ ดังนี้
    1. นายเปลี่ยน รินทร
    2. นายพีรวัส กองสิน

สถานที่ท่องเที่ยว
สระน้ำหนองใหญ่
สระน้ำพันธ์ชนะ
สระน้ำโรงเรียน
สวนป่า
วัดหนองใหญ่
ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525 โดยมีพระคึม ขันติธีโร เป็นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันมีพระจำวัดอยู่ 3 รูป โดยมีพระ สุพัฒน์ ถิรปสาโท เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์

ประวัติบ้านซำเขียน หมู่ 5
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

นานมาแล้วได้มีคณะอพยพชนเชื้อสายลาวซึ่งมาจากบ้านดวน และบ้านโพธิ์โนนเพ็ก มาตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ในถิ่นฐานแห่งนี้ จนก่อตั้งเป็นหมู่บ้านขึ้นมา ด้วยสถานที่นี้มีน้ำซำและนกกระเรียน จึงกล่าวขานกันว่า “บ้านซำเขียน”

ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านซำเขียน อดีต - ปัจจุบัน ดังนี้
1.นายเจียม สีลาย
2. นายดี สีแก่
3. นายสอน สีลาย
4. นายพบ วงษ์ชาติ
5. นายพรหม สีแก่
6. นายเพ็ง จันทร์เพ็ง
7. นายสุข สีสุข
8. นายทัน จันทร์เพ็ง
9. นายเลื่อน ประทุมวงษ์
10. นายเชาว์ เสาร์ใส
11. นายพรชัย สีแก่
12. นายสุชาติ วงษ์ชาติ
13. นายสุทิน พันธ์แก่น
14. นายไสว ปรารถนา
15. นายวันชัย จันทร์เพ็ง ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน
รวมการก่อตั้งหมู่บ้านซำเขียนขึ้นมาประมาณ 215 ปี

ประวัติวัดบ้านซำเขียน
วัดบ้านซำเขียนสร้างเมื่อวันที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ. 2525
รวมการก่อตั้งหมู่บ้านซำเขียนขึ้นมาประมาณ 215 
     โรงเรียนบ้านซำเขียนสร้างเมื่อ พ.ศ. 2501 ซึ่งก่อนปี พ.ศ. 2500 เด็กในเกณฑ์บังคับของโรงเรียนบ้านซำเขียนเดินทางไปโรงเรีนบ้านพอกบำรุงวิทยา มีระยะทางกว่า 2,000 เมตร การเดินทางลำบากมากต้องผ่านทั้งทุ่งนา และป่า นายพรม สีแก่ ผู้ใหญ่บ้านซำเขียนพร้อมด้วยลูกบ้านได้เขียนคำร้องขอจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในบ้านซำเขียน ต่อนายสนั่น มูลสาร ศึกษาธิการอำเภอ พร้อมด้วย นายสงค์ บุตรอุดม ครูประธานกลุ่มตำบลไพร และนายเข็ม ใจอ่อน กำนันตำบลไพร โดยนายพรม สีแก่ ผู้ใหญ่บ้านซำเขียน ได้จัดหาที่ดินและวางโครงการเพื่อจัดตั้งโรงเรียนบ้านซำเขียน

บุคลากรด้านบริหารโรงเรียนดังนี้
1. นายเพชร สามารถ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 2501 – 17 ก.ย. 2517
2. นายนุ่น นันทะสิงห์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2517 – 14 ต.ค. 2526
3. นายประยงค์ศักดิ์ ชูคำ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. 2527 – 31 มี.ค. 2529
4. นายสงค์ คมใส ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2530 – 30 ก.ย. 2530
5. นายดำริ คันศร ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค. 2531 – 5 ก.พ. 2531
6. นายเกษมสันต์ จำนง ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 2531 – 4 ก.ค. 2540
7. นายประเสริฐ เครือเสน ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2540 – 31 ส.ค. 2548
8. นายถวัล สุนทรา 
9. นายทวี พรมดวงศรี ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบัน

บุคคลสำคัญหมู่บ้านซำเขียน
     นายเลื่อน ประทุมวงษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านอันดับที่ 9 เคยพัฒนาหมู่บ้าน พร้อมทั้งโรงเรียน วัด สถานีอนามัยและถนนทุกสายในหมู่บ้าน โดยทำเรื่องขอรถและเครื่องจักรของเจ้าหน้าที่ ร.พ.ช. มาบุกเบิก บด อัด เกรดถนนจนแล้วเสร็จทุกสาย
ประวัติบ้านปุน หมู่ 6
     ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
     บ้านปุน แปลเป็นภาษาเขมร ว่า “เสาระปูร” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ตะ – เปียง – ปูร หรือหนองปุน สมัยนั้นตั้งอยู่ที่ทิศใต้ของหมูบ้าน เมื่อประมาณ 150 – 200 ปีผ่านมาแล้ว เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ประมาณ 200 หลังคาเรือน ต่อจากนั้นมาก็เกิดเพลิงไหม้ภายในหมู่บ้าน จนชาวบ้านแถบนั้นต่างอพยพหนีกันบางครัวเรือนก็ย้ายไปอยู่ถิ่นอื่นจากนั้นเป็นต้นมา ได้อพยพถิ่นฐานจากที่เก่ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ คือ ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน มีผู้อยู่อาศัยขณะนั้น คือเป็นผู้บุกเบิกตั้งถิ่นฐานใหม่ จำนวน 3 ครัวเรือน คือ นายทิศ กวางลา , นายเพ็ง กวางลา และนายสิงห์ ใจคง เมื่อย้ายมาอยู่ถิ่นใหม่ ชาวบ้านนั้นก็เรียกชื่อหมู่บ้านนั้นเหมือนเดิมว่า บ้านปุน โดยชื่อหมู่บ้านเอาจากหนองปุน ซึ่งปัจจุบันอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านและปัจจุบันอยู่ติดกับบ้านติ้ว อำเภอไพรบึง ด้านการปกครองในสมัยนั้น จะเรียกว่าเถ้าแก่ หมายถึง เป็นผู้นำหมู่บ้านหรือผู้ปกครองหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยมีอยู่ 3 นาย คือนายทิศ กวางลา , นายเพ็ง กวางลา และนายสิงห์ ใจคง หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ผู้สา ต่อจากนั้นมาก็มีลูกหลาน สร้างครัวเรือนเกือบ 30 หลังคาเรือนเมื่อหมดยุคสมัยเถ้าแก่ บ้านปุนอยู่ภายใต้การปกครองของบ้านพอก โดยสมัยนั้น คือนายเรียน ติงสะ เป็นผู้ใหญ่บ้าน และบ้านปุนมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายมาก เบ็ญมาตร โดยการปกครองของผู้ใหญ่บ้านพอก หมู่ 10 ตำบลไพร อำเภอน้ำอ้อม จังหวัดศรีสะเกษ บ้านพอกกับบ้านปุนปกครองร่วมกัน เมื่อผู้ใหญ่เรียน ติงสะ หมดวาระลง มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีการจัดเสนอชื่อและมีการยกมือเพื่อเป็นคะแนนเสียง โดยผู้รับการเลือกนั้น คือนายสวรรค์ ติงสะ เป็นผู้ใหญ่บ้านพอกและบ้านปุน
ปี พ.ศ. 2510 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองใหม่ มีการแยกหมู่บ้านใหม่ โดยแยกจากบ้านพอก มาเป็นบ้านปุน หมู่ที่ 12 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ โดยมีนายสงค์ มะโนชาติ เป็นผู้ใหญ่บ้าน ในช่วงการปกครองของนายสงค์ มะโนชาติ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบบใหม่ มีการแยกตำบลไพร โดยตำบลไพรแยกเป็น 2 ตำบล คือตำบลไพรและตำบลโพธิ์วงศ์ และจากนั้น บ้านปุนมีการเปลี่ยนแปลง คือ บ้านปุน หมู่ที่ 6 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ และมีนายเข็ม ใจอ่อน เป็นกำนันตำบลไพร อยู่ภายใต้การปกครองของนายสงค์ มะโนชาติ เป็นระยะเวลา 12 ปี นายสงค์ มะโนชาติ ลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน พ.ศ. 2522 จากนั้นมีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ คือ นายอรรถสิทธิ์ นฤมิตรกริ่มกมล คนที่ 2
คนที่ 3 คือ นายสุมิตร เบ็ญมาตร
คนที่ 4 คือ นายทองคำ บุญแสน
คนที่ 5 คือ นายอรรถสิทธิ์ นฤมิตรกริ่มกมล
คนที่ 6 คือ นายสุมิตร เบ็ญมาตร
คนที่ 7 คือ นายทองคำ บุญแสน
คนที่ 8 คือ นายมณี เบ็ญมาตร ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

1.วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในด้านการรักษาพยาบาลสมัยนั้น เรียกว่า แพทย์แผนโบราณ มีรายชื่อ ดังนี้

1.1 นายชิม กวางลา 1.2 นายเมา ใจคง 1.3 นายสี ดาวขาว 1.4 นายมาก ประทุมวงศ์ 1.5 นายสี ประทุมวงศ์

2.ด้านอุตสาหกรรมในครัวเรือน ได้แก่การทำมีด ตีมีด มีรายชื่อ ดังนี้

2.1 นายเสน พันธ์เป็น
2.2 นายโสม เบ็ญมาตร
2.3 นายพาย กวางลา

3. ด้านหัตถกรรม ได้แก่การจักรสานต่างๆ มีรายชื่อ ดังนี้
3.1 นายสุข ศรแก้ว
3.2 นายคูณ เลิศรู้
3.3 นายเอ็น กวางลา
3.4 นายชำ ประทุมวงศ์
3.5 นายสุมิตร เบ็ญมาตร

 

4. ด้านการรักษาพยาบาล ได้แก่ การทำคลอดบุตร หรือ หมอตำแย มีรายชื่อ ดังนี้
4.1 นางลา กวางลา
4.2 นางเพียร ลีลาศ
4.3 นางรินทร์ ประทุมวงศ์
4.4 นางมูล คำเหลือ

5. ด้านการรักษาด้วยสมุนไพร
5.1 หลวงพ่อสำเริง นริสโร
5.2 หลวงพ่อสงบ สุภสันโต
5.3 นางลา กวางลา

6. ด้านการรักษาแบบพื้นบ้าน จะมีการแก้บนหรือแก้เคล็ด เช่น ลูกหลานใครหาย ผีเข้า คนแก่ ไม่สบาย ก็จะมีการตั้งครูบนหรือเรียกว่า การเข้าทรง จะมีการรำแม่มด จะต้องใช้กลอง ขลุ่ย ฆ้อง ใช้เหล็ก เสียม จอบ ตี ตามจังหวะเพลง และใช้นางรำ ประมาณ 10 – 15 คน ซึ่งผู้เข้าทรงคือ นางมูล คำเหลือก่อนที่จะลงมือทำนา ทำไร่ หรือแต่งงาน งานมงคลและงานอวมงคลต่างๆ จะมีการเซ่นโดนตาก่อน โดยจะมีการเลือกเอาคนเถ้าคนแก่ เรียกว่า หลักเมืองหรือพ่อเมือง มีรายชื่อ ดังนี้
1. นายพาย กวางลา
2. นายลอน กวางลา
3. นายพร ประทุมวงศ์
4.นายเมียน ลีลาศ คนปัจจุบัน
ประวัติบ้านปุน
ผู้ริเริ่มก่อตั้งวัดบ้านปุนในสมัยนั้น ยังเป็นที่พักสงฆ์ คือ
1. พระครูปลัดสมาน สิริภัทโท (วัดเสาหิน)
2. พระครูอรรถกิจ สุนทร (วัดจันทราราม บ้านพิงพวย อดีตเจ้าคณะอำเภอศรีรัตนะ)
พร้อมทั้งนายสงค์ มะโนชาติ อดีตผู้ใหญ่บ้าน นายเพ็ง ประทุมวงศ์ , นายชิม กวางลา นายเย็น กวางลา และนายสุมิตร เบ็ญมาศ ผู้ใหญ่บ้าน เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2529 โดยความพร้อมเพรียงของชาวบ้าน ซึ่งมีที่ดินตั้งอยู่ในเขต ส.ป.ก. มีเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ 42 ตารางวา อนุญาตให้เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2541 และอนุญาตให้ตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2543

ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดบ้านปุน
1. หลวงพ่อสำเริง นริสโร พ.ศ. 2529
2. หลวงพ่อนาล พ.ศ. 2530
3. พระอาจารย์ไมล์ พ.ศ. 2531
4. หลวงพ่อนวล พ.ศ. 2532
5. พระอธิการสงบ สุภสันโต พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

สวนสมุนไพรที่ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านปุน 
ประวัติโรงเรียนบ้านปุน
     โรงเรียนบ้านปุน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ด้วยความร่วมมือจากชาวบ้าน ได้เสียสละที่ดินจำนวน 11 ไร่ 2 ตารางวา และยังได้รับความร่วมมือจากคณะครูตำบลไพร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมทั้ง นายนุ่น – นางแจ่ม นันทสิงห์ ครูใหญ่และครูสายผู้สอนโรงเรียนบ้านปุน โดยแยกจากโรงเรียนบ้านบก (โรงเรียนบ้านบกห้วยโนน) การเรียนการสอนได้ดำเนินการตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายนุ่น นันทสิงห์ เป็นครูใหญ

ทำเนียบบุคลากรด้านบริหารโรงเรียนบ้านปุน
1. นายนุ่น นันทสิงห์ ตำแหน่งครูใหญ่
2. นายชู ครองยุติ ตำแหน่งครูใหญ่ ปี พ.ศ. 2513
3. นายเกียรติ บุตรอุดม ตำแหน่งครูใหญ่ ปี พ.ศ. 2517
4. นายธนันต์พงษ์ พร้อมพรม ตำแหน่งครูใหญ่ ปี พ.ศ. 2531
5. นางนวลจันทร์ สุริยุทธ ตำแหน่งครูใหญ่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2531
6. นางพนิดา โชติการ ตำแหน่งครูใหญ่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2542
7. นางพนิดา โชติการ ผ่านการประเมินผู้บริหารเกณฑ์คุณภาพใน

ตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545
8. นางพนิดา โชติการ ผ่านการประเมินผู้บริหารเกณฑ์คุณภาพใน

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ พ.ศ. 2547
9. นายธวัชชัย บุญน้อย ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ปี พ.ศ. 2548 – ปัจจุบัน

 ประวัติบ้านซำสะโหมง หมู่ 7
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ
     บ้านซำสะโหมงเป็นหมู่บ้านที่มีกลุ่มชน 3 เผ่า คือ เขมร ส่วย และ ลาว เข้ามาจับจองที่ดินเพื่อทำการเกษตร โดยมีนายคำ โพธิ์อุดม เป็นคนที่เข้ามาตั้งหลักปักฐานเป็นคนแรก โดยท่านเป็นคนมาจากบ้านสำโรงรวี ตำบลศรีแก้ว อำเภอกันทรลักษ์ในอดีต ปัจจุบันเป็นอำเภอศรีรัตนะและการตั้งชื่อหมู่บ้าน ตั้งชื่อจากหนองซำสะโหมง เป็นชื่อหมู่บ้าน “ซำสะโหมง”
เดิมบ้านซำสะโหมง อยู่ในความปกครองของบ้านชำเขียน หมู่ที่ 5 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ และนายอุทัย โพธิ์อุดม ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชำเขียน และได้ทำเรื่องแยกหมู่บ้านซำสะโหมง เมื่อ พ.ศ. 2522 และได้เลือกผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายบุญ แก้วกำไร

สถานที่สำคัญ
    1.หนองซำสะโหมง  2.โรงงานแป้งขนมจีน พศช. กรุ๊ป   3.สหกรณ์ยางพารา อำเภอขุนหาญ  4.สวนผลไม้  6. สวนยางพารา  

บุคคลสำคัญของบ้านซำสะโหมง
1. นายบุญ แก้วกำไร ผู้ใหญ่บ้าน
2. นายแก้ว บัวลอย ผู้ใหญ่บ้าน
3. นายสถิตย์ มะโนชาติ ผู้ใหญ่บ้าน
4. นายวิเชียร สารีพวง ผู้ใหญ่บ้าน
5. นายจิระเดช บุญสืบ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
1. นายทองพันธ์ แก้วเนตร สานกล่องข้าว
2. นายสุพิศ สายชมพู สานแห
3. นางเขียน บุญประสาร สานตะกร้า
4. นางเลื่อน แก้วเนตร สานตะกร้า

 ประวัติหมู่บ้านสนามแจ้ง หมู่ 8
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้านสนามแจ้ง หมู่ที่ 8 ตำบลไพร ในปัจจุบัน เดิมในสมัยสงครามเอเชียบูรพา ทางราชการได้กำหนดแต่ละพื้นที่ให้จัดทำพื้นที่สนาม เพื่ออพยพรวมพลหรืออพยพชาวบ้านหากเกิดกรณีฉุกเฉินไม่ว่ากรณีใดๆ ขณะนั้น ขุนแพร้ว บ้านไพร กำนันตำบลไพรในขณะนั้น ได้กำหนดเอาพื้นที่ดังกล่าว และเกณฑ์แรงงานราษฎรมาแผ้วถางทำเป็นสนาม จึงเรียกว่า “สนามกลางแจ้ง” ต่อมาราษฎรชาวบ้านกราม หมู่ 2 ตำบลไพร นำโดย

นายไมล์ โสภา

นายบุญตา สามารถ

นายเพชร สามารถ

นายเหลี่ยม ผิวหอม

พร้อมชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้อพยพมาตั้งรกราก ปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัยจนมีจำนวนมากขึ้น ภายหลังเรียกว่า “คุ้มสนามแจ้ง” เป็นหมู่บ้านฝากของบ้านกรามตลอดมา โดย นายบุญตา สามารถ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดูแลมาโดยตลอด จนมีความเจริญมีการวางผังหมู่บ้าน ตัดถนนซอยในหมู่บ้านเป็นระเบียบเรียบร้อย จนมีความสมบูรณ์สามารถขอแยกการปกครองเป็นเอกเทศได้ ต่อมาในปี 2527 ทางคณะกรรมการได้ประชุมพร้อมกับชาวบ้านเพื่อประชาคม และเสนอขอแยกการปกครองออกจากบ้านกราม หมู่ 2 ตำบลไพร เป็นหมู่บ้าน “บ้านสนามแจ้ง” หมู่ที่ 8 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา

ตั้งแต่ขอจัดเป็นหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้นำชุมชน ดังนี้
1. นายเหลี่ยม ผิวหอม ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/สจ(ดำรงตำแหน่งก่อนแยกหมู่บ้าน)
2. นายบุญตา สามารถ ผู้ใหญ่บ้านสนามแจ้งคนแรก
3. นายจำนงค์ สามารถ ผู้ใหญ่บ้าน
4. นางวล สามารถ ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน
5. นายธงชัย สามารถ ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน คนปัจจุบัน
ดำรงตำแหน่งวันที่ 13 มิถุนายน 2548

สถานที่ท่องเที่ยว
โดยรวมตำบลไพร มีหนองกรามเป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 1,350 ไร่ทางตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลมีแผนดำเนินการให้เป็นที่ท่องเที่ยว และบริเวณรอบหนองจะพัฒนาเป็น “หนึ่งตำบล หนึ่งสวนหย่อม”

บุคคลสำคัญของบ้านสนามแจ้ง
1. นายเหลี่ยม ผิวหอม อดีตผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/สจ.
2. นายบุญตา สามารถ อดีตผู้ใหญ่บ้าน
3. นายเพชร สามารถ อดีตครูโรงเรียนบ้านกราม

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
Ÿ งานบุญประเพณีจัดประกวดขบวนแห่ต้นดอกไม้เงินในวันออกพรรษา
Ÿ การเซ่นปู่ตาประจำปีในเดือนสี่ของทุกปี

ระวัติหมู่บ้านกรามตะวันออก หมู่ 9
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

พื้นที่ตั้งของหมู่บ้านกรามตะวันออก หมู่ 9 ในปัจจุบัน เดิมเคยเป็นหมู่บ้านกราม หมู่ 2 ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2536 นายเสมอ โสภา ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลไพรในขณะนั้น ได้ทำเรื่องขอแยกหมู่บ้านกราม หมู่ 2 เป็นบ้านกรามตะวันออก หมู่ 9 ตำบลไพร และวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2536 ได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านกรามตะวันออก หมู่ 9 ตำบลไพร อำเภอ ขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ อย่างสมบูรณ์ โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้
1. นายประวิทย์ ใจอ่อน ผู้ใหญ่บ้าน
2. นายสำราญ สามารถ ผู้ใหญ่บ้าน คนปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยว
ตำบลไพร มีหนองกรามเป็นแหล่งที่ทำมาหาของชาวบ้านตำบลไพร ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ทางองค์การบริหารส่วนตำบลไพรมีแผนดำเนินการพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป

บุคคลสำคัญของบ้านกรามตะวันออก
นายเข็ม ใจอ่อน อดีตกำนันตำบลไพร

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
- งานบุญประเพณีจัดประกวดแห่ต้นดอกไม้เงินในวันออกพรรษา
- งานเซ่นปู่ตาประจำปีในเดือนสี่ของทุกปี
- การเล่นแม่มด ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

 

ประวัติหมู่บ้านโนนสะอาด หมู่ 10
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

บ้านโนนสะอาด หมู่ที่ 10 ตำบลไพร เดิมทีเป็นหมู่บ้านเดียวกับบ้านไพร หมู่ 1 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ แต่ต่อมาระยะหลังประชากรเริ่มมากขึ้น การปกครองไม่สู้จะสะดวกเท่าที่ควร จึงได้ประชาคมลงมติในที่ประชุมขอแยกหมู่บ้านจากบ้านไพร หมู่ที่ 1 เป็นบ้าน “โนนสะอาด” หมู่ที่ 10 ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากบ้านโนนสะอาดเป็นที่โนนสูงกว่าบ้านไพร ที่ได้ชื่อว่า สะอาดเพราะไม่ค่อยมีบ้านหรือมีจำนวนหลังคาเรือนน้อยมาก ต่อมาชาวบ้านได้มาตั้งรกรากเป็นที่อยู่อาศัยทำกินชื่อว่า นายพัน สุระชาติ และนายชาย เขียวอ่อน ซึ่งต่อมาได้เลือกแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายบุญศรี สุภาพ เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2541เป็นวาระ 5 ปี

สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งน้ำธรรมชาติ หนองกราม

บุคคลสำคัญของบ้านโนนสะอาด
1. นายบุญศรี สุภาพ ผู้ใหญ่บ้าน ดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี
2. นายถวิล บุญสัมฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน สมัยที่ 1 ดำรงตำแหน่งวาระ 5 ปี
3. นายถวิล บุญสัมฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน
4. นายไพศรี ชูเชื้อ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

วัฒนธรรมและภูมิปัญาท้องถิ่น
การทอผ้าไหม
ทอเสื่อจากวัสดุธรรมชาติ
สานอุปกรณ์การจับปลาจากไม้ไผ่
สานสุ่มไก่จากไม้ไผ่

 

ประวัติหมู่บ้านโนนปัญญา หมู่ 11
ตำบลไพร อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

บ้านโนนปัญญา ตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2518 ผู้ก่อตั้งคือ นายยา พรหมมาดวง นานไสว ยาหอม และนายด้วง แสงสันต์ โดยทั้งสามครอบครัวนี้ย้ายภูมิลำเนามาจาก อำเภอกันทรารมยจังหวัดศรีสะเกษมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่โดยมีพี่น้องย้ายมาจากภูมิลำเนาอื่นมารวมกันเป็นกลุ่มและรักใคร่ปรองดองเสมือนพี่น้องร่วมท้องเดียวกันทั้งหมดมีอยู่ 29 ครัวเรือน ประชากรร้อยกว่าคนและได้ขึ้นอยู่กับหมู่บานหนองใหญ่ หมู่ที่ 4 มีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายทองแดง ร่วมทรัพย์ คนที่สองคือ นายบุญ พลขันธ์ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2543 ได้แยกออกจากหมู่บ้านหนองใหญ่ มาเป็นบ้าน “โนนปัญญา” หมู่ที่ 11 ตำบลไพร ปัจจุบัน ส่วนถนนที่สัญจรไปมายังเป็นทางดินทรายใช้เกวียนเป็นพาหนะ ด้านยารักษาโรคภัยไข้เจ็บใช้ยาสมุนไพรที่หาได้ง่าย ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาโดยใช้ควายไถนาปลูกข้าว ชุมชนโนนปัญญาอุดมไปด้วยป่าไม้ และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น กวาง เก้ง หมูป่า นก หนู เป็นต้น

หมู่บ้านโนนปัญญามีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้
1. นายทองแดง ร่วมทรัพย์
2. นายยุทธนา คำสอน 
3. นายธนวัฒน์ พรหมมาด้วง ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
หมอพื้นบ้าน พ่อใหญ่ยา พรหมมาด้วง
สานแห กล่องข้าว ทอเสื่อ ทอผ้า
ศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น ทำบุญออกพรรษา ทำบุญเลี้ยงปู่ตา ทำบุญข้าวสารท

ประวัติวัดบ้านโนนปัญญา
     เนื้อที่วัดจำนวน 6 ไร่ ซึ่งเป็นที่ของนายสวัสดิ์ พรหมมาดวง จำนวน 3 ไร่ และนางกุล พัฒธานี จำนวน 3 ไร่ เป็นผู้บริจาคที่ดิน โดยมีชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้พร้อมใจกันตั้งที่พักสงฆ์ สร้างเมื่อ 26 ก.ค. 2549 งบประมาณ 110,000 บาท โดยงบประมาณได้จากคณะผ้าป่ากรุงเทพ – บางปะกง เมื่อปี พ.ศ. 2546 – 2548 และด้วยกำลังศรัทธาของชาวบ้าน ร่วมกันสร้างที่พักสงฆ์บ้านโนนปัญญา หัวหน้าที่พักสงฆ์คือ พระรุ่ง คุคจิตโตได้นิมนต์มาจากวัดบ้านตาหมื่น ขณะนี้มีพระจำวัดทั้งหมด 3 รูป









ติดต่อเรา

cbb2